ทีมชาติอังกฤษ กับฟุตบอลโลก: จากเวมบลีย์สู่ความหวัง

Browse By

ถ้าพูดถึงทีมฟุตบอลที่แฟนบอลทั่วโลก “รักก็รัก แซวก็แซว” คงหนีไม่พ้น ทีมชาติอังกฤษ กับฟุตบอลโลก เพราะพวกเขามีทั้งประวัติศาสตร์ยาวนานและเรื่องราวที่เต็มไปด้วยสีสัน ทั้งวันที่ชูถ้วยทองท่ามกลางเสียงเชียร์ลั่นเวมบลีย์ในปี 1966 และวันที่ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านเร็วเกินคาดด้วยน้ำตา (และมุกจุดโทษที่แฟนคู่แข่งพร้อมยิงซ้ำ)
และถ้าคุณอยากลุ้นแบบมีส่วนร่วมมากกว่าการตะโกน “ยิงสิ!” หน้าทีวี แนะนำให้เข้าไปที่ ยูฟ่าเบท ระบบออโต้ ฝากถอนไว บริการตลอด 24 ชั่วโมง ที่พร้อมให้คุณตามติดทุกแมตช์และทุกเหตุการณ์สำคัญของสิงโตคำรามแบบเรียลไทม์


ยุคเริ่มต้น: เมื่อผู้ให้กำเนิดฟุตบอลต้องเรียนรู้ในเวทีโลก (1950–1962)

แม้จะเป็นชาติที่ให้กำเนิดกติกาฟุตบอลสากล แต่ ทีมชาติอังกฤษ กลับเข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรกช้าไปถึง 20 ปี หลังเริ่มจัดการแข่งขัน (1930) การเปิดตัวในปี 1950 ที่บราซิลกลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพง เมื่อพวกเขาพ่ายต่อสหรัฐอเมริกา 0–1 ในแมตช์ที่ถูกเรียกว่า “Miracle on Grass” เหมือนโลกฟุตบอลอยากเตือนว่า “การเป็นต้นตำรับไม่ได้แปลว่าจะชนะเสมอไป”

ยุคนั้นอังกฤษมีนักเตะฝีเท้าดีอย่างสแตน มอร์เทนเซน และบิลลี่ ไรท์ แต่ปัญหาคือการปรับตัวกับฟุตบอลสไตล์ต่างชาติยังไม่ดีพอ ความมั่นใจมากเกินไป และแท็กติกที่ค่อนข้างโบราณ ทำให้ต้องหยุดอยู่แค่รอบแรกถึงสองสมัยติด


ยุคทอง: แชมป์โลก 1966 – วันที่เวมบลีย์กลายเป็นตำนาน

ฟุตบอลโลก 1966 คือช่วงเวลาที่แฟนบอลอังกฤษจดจำตลอดกาล

  • สนามเหย้า: จัดการแข่งขันที่อังกฤษ
  • กุนซือ: เซอร์ อัล์ฟ แรมซีย์
  • ผู้เล่นเด่น: บ็อบบี้ ชาร์ลตัน, เจฟฟ์ เฮิร์สต์, กอร์ดอน แบงส์

เส้นทางสู่แชมป์เต็มไปด้วยชัยชนะเหนือตัวเต็งอย่างอาร์เจนตินาและโปรตุเกส ก่อนถึงนัดชิงกับเยอรมนีตะวันตก ซึ่งกลายเป็นแมตช์ระดับตำนาน อังกฤษชนะ 4–2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ จากแฮตทริกของเจฟฟ์ เฮิร์สต์ (คนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ทำได้ในนัดชิงฟุตบอลโลกจนถึงปัจจุบัน)

เกร็ดนอกสนาม: มีการเล่าว่า นักเตะอังกฤษฉลองชัยหลังเกมด้วยการ…ดื่มชาและกินแซนด์วิชเบคอนในห้องแต่งตัว ซึ่งต่างจากภาพทีมแชมป์ที่เรามักเห็นในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยขวดแชมเปญ


หลังแชมป์: ความคาดหวังที่กดดัน (1970–1990)

หลังคว้าแชมป์โลก อังกฤษเข้าสู่ยุคที่แฟนบอลคาดหวังสูงทุกครั้ง แต่ความสำเร็จก็ไม่หวนกลับมา พวกเขาพลาดเข้าร่วมฟุตบอลโลก 1974 และ 1978 และถึงจะเข้ารอบลึกในปี 1986 (ที่เม็กซิโก) ก็ต้องจบลงในรอบ 8 ทีมเพราะ “หัตถ์พระเจ้า” ของดิเอโก้ มาราโดนา

ฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลีคืออีกหนึ่งปีแห่งความหวัง อังกฤษเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ เจอกับเยอรมนีตะวันตก และแพ้ในการดวลจุดโทษ 3–4 – แมตช์นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ฝันร้ายจุดโทษ” ที่ตามหลอกหลอนทีมมานานหลายทศวรรษ

เกร็ดนอกสนาม: ในแคมป์ทีมปี 1990 มีข่าวลือว่าแกรี ลินิเกอร์เคย…นั่งผิดที่ประชุมโค้ชเพราะเดินหลงห้องในโรงแรม (แถมยังนั่งฟังแบบจริงจังอยู่พักใหญ่)


ยุคดราม่าจุดโทษ: 1990–2006

นี่คือช่วงที่ทีมชาติอังกฤษถูกแซวว่า “ฝึกยิงจุดโทษเหมือนฝึกทำข้อสอบคณิต…คือพลาดเหมือนเดิม” พวกเขาตกรอบเพราะแพ้ดวลจุดโทษในปี 1990, 1998, 2006 และแม้แต่ในยูโร

ปี 1998 (ฝรั่งเศส) เป็นปีที่โลกจำภาพเดวิด เบ็คแฮมโดนใบแดงในเกมแพ้อาร์เจนตินาได้ดี ส่วนปี 2002 (เกาหลี–ญี่ปุ่น) พวกเขาแพ้บราซิลในรอบ 8 ทีมจากลูกยิงใบไม้ร่วงของโรนัลดินโญ่


ยุคปัจจุบัน: ความหวังใหม่ภายใต้แกเร็ธ เซาธ์เกต (2018–2022)

การมาของเซาธ์เกตในปี 2016 เปลี่ยนภาพลักษณ์ของทีมชาติอังกฤษให้สดใหม่ขึ้น เน้นการสร้างทีมเยาวชนและการเล่นบอลที่ดุดัน ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย อังกฤษทะลุถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนแพ้โครเอเชีย 1–2 แต่ได้ชนะโคลอมเบียด้วยการดวลจุดโทษ (ครั้งแรกในฟุตบอลโลก!)

ในปี 2022 ที่กาตาร์ อังกฤษเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย และแพ้ฝรั่งเศสอย่างสูสี 1–2 เกมนี้แฮร์รี เคนยิงจุดโทษลูกแรกเข้า แต่พลาดลูกที่สองในช่วงสำคัญ ซึ่งแฟนบอลก็ยังใจดีพอที่จะไม่โห่ใส่ เพราะรู้ว่ากัปตันทีมทำเต็มที่แล้ว

และถ้าคุณอยากตามสถิติแบบสด ๆ ขณะดูบอล ลองเข้าไป คลิกเพื่อเข้าใช้งาน ทางเข้า ufabet ล่าสุด ได้เลย


สถิติและเกร็ดนอกสนามของอังกฤษในฟุตบอลโลก

  • แชมป์โลก: 1 ครั้ง (1966)
  • เข้าร่วม: 16 ครั้ง
  • นักเตะทำประตูสูงสุดในฟุตบอลโลก: แกรี ลินิเกอร์ (10 ประตู)
  • เกมยิงเยอะสุด: ชนะปานามา 6–1 (2018)
  • เกมน่าลืม: แพ้สหรัฐฯ 0–1 (1950)
  • เกมดราม่า: ชนะโคลอมเบียดวลจุดโทษ 2018

เกร็ดนอกสนามฮา ๆ:

  • ปี 2002 ริโอ เฟอร์ดินานด์ให้สัมภาษณ์ว่าเพื่อนร่วมทีมเอากบใส่รองเท้าสตั๊ดของเขาเล่น
  • ปี 2018 แดนนี โรสโดนเพื่อนแกล้งเปิดเพลง Baby Shark ในห้องแต่งตัวจนต้องเต้นตาม

เส้นทางสู่ฟุตบอลโลก 2026: รุ่นใหม่พกความหวังเต็มกระเป๋า

บอลโลก 2026 ที่จะจัดในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก อังกฤษมาพร้อมดาวรุ่งพลังโหดอย่างจู๊ด เบลลิงแฮม, ฟิล โฟเดน, บูกาโย ซาก้า บวกประสบการณ์ของแฮร์รี เคนและราฮีม สเตอร์ลิง

แฟนบอลเชื่อว่าหากทีมสามารถจัดการแรงกดดันและ “ผีจุดโทษ” ได้สำเร็จ โอกาสคว้าแชมป์ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม


สรุปส่งท้าย: อังกฤษกับบอลโลกคือเรื่องรักปนฮา

ตลอดประวัติศาสตร์ ทีมชาติอังกฤษกับฟุตบอลโลก มีทั้งวันแห่งชัยชนะและวันที่น้ำตาไหล แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไปคือความหวังว่า “It’s Coming Home” จะเป็นจริงในสักวัน

และถ้าคุณอยากลุ้นอังกฤษให้มันส์กว่าเดิม ลองไปที่ ufabet999 เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์ บริการครบวงจร เพราะการเชียร์จะสนุกยิ่งขึ้นเมื่อมีอะไรให้ได้เฮทั้งในสนามและในกระเป๋า